ซีรี่ย์เกาหลี : พลิกชาติท้าปฐพี (My Country: The New Age)

ซีรี่ย์เกาหลี : พลิกชาติท้าปฐพี (My Country: The New Age) อีกหนึ่งซีรีส์เกาหลีใน Netflix จับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ช่วงปลายยุคโครยอ จนถึงการก่อตั้งราชวงศ์โชซอน ผสมผสานกับเรื่องราวแบบ ดราม่า เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด และนักสามเส้า ที่เล่าเรื่องได้เชือดเฉือน ชิงไหวชิงพริบ และน่าติดตาม

สำหรับ พลิกชาติท้าปฐพี ถือว่าเป็นซีรีส์เกาหลีที่มีการทุ่มทุนสร้างสุดอลังการอีกเรื่อง โดยในเรื่องราวไม่ได้แค่เน้นที่การชิงอำนาจหรือฉากทำสงครามเท่านั้น แต่จะมีการเสริมเติมทั้งความดราม่าของเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด รักสามเส้า แทรกเข้ามาในเรื่องราวด้วย ดังนั้นถึงจะไม่ได้เป็นคนที่ชอบประวัติศาสตร์เกาหลี ก็สามารถติดตามดูได้ครับ เพราะเอาจริง ๆ ในส่วนที่เป็นประวัติศาสตร์ หรือบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ จะเป็นองค์ประกอบรองของเรื่องมากกว่า แถมมีการเสริมแต่งอะไรเข้าไปเยอะด้วย

เรื่องจับเหตุการณ์ในช่วงปลายราชวงศ์โครยอ ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ราชวงศ์ของเกาหลีซึ่งเคยถูกราชวงศ์หยวนของชาวมองโกลเข้ายึดครอง กำลังเผชิญกับความตกต่ำถึงขีดสุด กระทั่งแม่ทัพอีซองกเย ได้คิดการใหญ่ รวบรวมกองทัพแล้วโค่นล้มราชบัลลังก์ ขับไล่กษัตริย์โครยอ แล้วตั้งราชวงศ์โชซอนขึ้นมา มีพระนามว่า พระเจ้าแทโจ

แต่ราชวงศ์ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ก็มีความขัดแย้งภายใน เนื่องจาก อีบังวอน หรือองค์ชายจองนัม โอรสองค์ที่ 5 ของพระเจ้าแทโจ ซึ่งเป็นเจ้าชายที่มีความสามารถสูงและมีส่วนช่วยเหลือบิดาในการก่อตั้งราชวงศ์โชซอนขึ้นมามากที่สุดในบรรดาโอรสทั้งหมด แล้วเขายังสังหารศัตรูทางการเมืองของบิดาไปไม่น้อย แต่ก็กลับไม่ได้รับตำแหน่งรัชทายาท ตำแหน่งกลับไปอยู่กับองค์ชายอึยอัน ซึ่งยังอายุน้อย และเกิดจากมารดาคนละคนกันแทน นั่นจึงเป็นเรื่องราวการแย่งชิงอำนาจที่องค์ชายอีบังวอนผู้ทะเยอทะยานรอโอกาสช่วงชิงแผ่นดินมา

สำหรับจุดเด่นของเรื่องนี้ เท่าที่ในซีรีส์กำลังฉายไปได้ระยะหนึ่ง คือการเดินเรื่องที่กระชับ บทที่จริงจรัง การแสดงที่ยอดเยี่ยมของนักแสดงทั้งตัวนำและตัวรอง รวมถึงฉากสงครามที่แม้ว่าจะมีการใส่ CG ที่ดูหลอกตาเข้ามาอยู่บ้าง แต่ฉากรบในเรื่องที่มีการใช้เทคนิคแบบ Long Take เข้ามาแทรก ก็ทำได้ดีไม่น้อย

อีกจุดที่เรื่องทำได้ดีก็คือ ประเด็นดราม่าประเภทรักสามเส้า เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ซึ่งที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่พยายามใช้ประเด็นเหล่านี้เข้ามาในซีรีส์และหนังแนวประวัติศาสตร์ หรืออีพิคย้อนยุค ซึ่งก็มีทั้งทำให้เรื่องดูน่าติดตาม แต่หลายเรื่องที่ทำแล้วดูล้นเกินไปหรือทำให้เรื่องน่ารำาคาญก็มีมาก ซึ่งสำหรับเรื่องนี้ ประเด็นมิตรภาพ ความรักสามเส้า ที่ต้องเข้ามาพัวพันกับการแย่งชิงอำนาจ ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดขายหลักของเรื่อง และก็นำเสนอออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะสองตัวละครคือ ซอฮวี และ นัมซองโฮ แม้ว่าจะมีประเด็นขัดแย้งและความเข้าใจผิดที่เรื่องโยงเข้ามาตลอด แต่ถ้าต้องพูดจากัน พวกเขาก็พูดจากันได้อยู่ ไม่ได้เอาแต่คลั่งแค้นเกนิเหตุ

ในขณะที่นางเอกของเรื่องอย่าง ฮันฮีแจ ก็เป็นตัวละครหญิงที่ต้องใช้ทั้งสติปัญญาและความกล้าหาญในการเอาตัวรอด ซึ่งเรื่องก็บอกเล่าได้ดี รวมถึงปริศนาของตัวละคร (ที่คิดว่าคนดูพอจะเดาออกไม่ยาก) ก็ถือว่าเป็นปมอย่างหนึ่งในเรื่องที่รอวันคลี่คลาย ว่าเรื่องจะลงเอยได้ยังไง

แต่จุดด้อยของเรื่องก็มีอยู่ โดยเฉพาะการยัดเยียดประเด็นดราม่าเข้ามาให้สองตัวเอก โดยเฉพาะกับซอฮวี ที่ในช่วง 4 ตอนแรก คนดูอาจจะรู้สึกว่า ชีวิตเอ็งมันจะดราม่าไปไหน แถมบางสถานการณ์ เหมือนเรื่องจงใจยัดเยียดให้ตัวเอกจนเกินเหตุ แถมตัวละครเอกทั้งสองก็จะเจอกับเหตุการณ์ที่ต้องทำให้เข้าใจผิดกันอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะนัมซองโฮที่ดูเหมือนว่าเวลาเจตนาทำเรื่องดี ๆ ผลมักจะออกมาตรงกันข้าม แถมยังทำให้ชีวิตเพื่อนรักต้องแย่ลงไปอีก อีกจุดคือ บทของตัวละครนัมจอง บิดาของนัมซองโฮ ที่เป็นตัวร้ายประเภทที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์และเป้าหมายของตน และก็ดูเหมือนจะเอาแต่จ้องเล่นงานพระเอกของเรามากจนเกินเหตุ จนบางครั้งก็ดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่

ส่วนเนื้อหาที่น่าสนใจมากของเรื่องนี้คือ เส้นเรื่องที่ว่าด้วยการชิงอำนาจของอีบังวอน ซึ่งในประวัติศาสตร์ เขาคือผู้ชนะ และในซีรีส์เองก็มีการแย้มบอกเอาไว้ตั้งแต่ตอนแรกอยู่แล้ว ดังนั้นถึงจะเป็นคนดูที่ไม่ทราบข้อมูลมาก่อนก็ไม่มีปัญหา เพราะสิ่งที่จะทำให้คนดูติดตามคือ แล้วทำไมซอฮวีจึงมาอยู่กับฝั่งของอีบังวอนเพื่อแย่งชิงอำนาจได้นั่นเอง แล้วบทสรุปของความรักสามเส้าจะลงเอยอย่างไร

ซึ่งอันที่จริงแล้ว ยังมีซีรีส์เกาหลีเรื่องอื่น ๆ ที่นำเสนอช่วงเวลาในสมัยราชวงศ์โชซอน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องดังอย่างเช่น “6 มังกรแห่งโชซอน” Six Flying Dragons (2016) ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่ทุ่มทุนสร้างกว่า 30,000 ล้านวอน ซึ่งก็จะบอกเล่าเรื่องราวในช่วงการโค่นล้มราชวงศ์โครยอ และก่อตั้งราชวงศ์โชซอนเหมือนกัน โดยเรื่องนั้นจะนำเจ้าชายอีบังวอนมาเป็นตัวเอกของเรื่อง ซึ่งก็เป็นการเล่าเรื่องในอีกมุมมอง แล้วทั้งสองเรื่องนี้ ก็สามารถรับชมได้ใน Netflix เช่นกัน

About the author