ศรีลังกาขอเกษตรกรเพิ่มการเพาะปลูก บรรเทาวิกฤติขาดอาหาร

นายมหินทา อมระวีระ รมว.เกษตรของศรีลังกา กล่าวถึงสถานการณ์อาหารภายในประเทศว่า ยังอยู่ในระดับเลวร้าย ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงขอความร่วมมือจากบรรดาเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาผู้ปลูกข้าว ให้วางแผนขยายพื้นที่เพาะปลูกเพื่อผลผลิตที่มากขึ้น

อนึ่ง นายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห เคยกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า ศรีลังกามีแนวโน้มเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง ภายในเดือน ส.ค.นี้ และประเมินว่า จำเป็นต้องจัดหางบประมาณฉุกเฉินเพิ่มอีก 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 20,540.70 ล้านบาท ) เพื่อการนำเข้าปุ๋ยสำหรับใช้ในภาคเกษตรกรรม

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของศรีลังกายังคงประสบปัญหาในการจัดหางบประมาณ ขณะที่ผู้สันทัดกรณีมองว่า ต่อให้สามารถจัดหาปุ๋ยมาได้ แต่ก็อาจไม่ทันกับฤดูกาลเก็บเกี่ยวรอบต่อไป ซึ่งจะเริ่มในเดือน มิ.ย.นี้แล้ว ส่วนปุ๋ยสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกอีกสองรอบต่อไป ยังไม่น่าเพียงพอสำหรับความต้องการบริโภคข้าว ชา และข้าวโพด ของประชาชนและการส่งออกด้วย

สถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลจากการที่ประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา สั่งระงับการนำเข้าปุ๋ยเคมี ส่งผลต่อกระทบอย่างหนักต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะการเพาะปลูกชา แม้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว แต่กลับยังไม่สามารถนำเข้าปุ๋ยเพิ่มเติมได้มากพอ

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อของศรีลังกามีแนวโน้มพุ่งทะยานจาก 29.8% เมื่อเดือน เม.ย.ขึ้นไปถึง 40% ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว แต่ศรีลังกาเพิ่งผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อกลางเดือนนี้ หลังครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน 30 วัน สำหรับการชำระดอกเบี้ย 78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 2,669.32 ล้านบาท )

About the author