“อาร์เซ็ป” ข้อตกลงการค้าใหญ่ที่สุดในโลก มีผลบังคับใช้แล้ว

ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) มีสมาชิก 15 ประเทศ ประกอบด้วย สมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) 10 ประเทศ และคู่เจรจาอีก 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

สำหรับหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญเพื่อให้ข้อตกลงมีผลบังคับใช้นั้น คือการที่สมาชิกอาเซียนอย่างน้อย 6 ประเทศ และคู่เจรจาอีกอย่างน้อย 3 ประเทศ ต้องร่วมกันให้สัตยาบันภายในวันที่ 2 พ.ย.ปีที่แล้ว โดยประเทศคู่เจรจาทั้งหมดร่วมกันให้สัตยาบันเรียบร้อย และสมาชิกอาเซียนอีกอย่างน้อย 6 ประเทศ คือ บรูไน กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย

ทั้งนี้ อาร์เซ็ปมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. กับออสเตรเลีย บรูไน กัมพูชา จีน ญี่ปุ่น ลาว นิวซีแลนด์ ไทย สิงคโปร์ และเวียดนาม ตามด้วยเกาหลีใต้ ในวันที่ 1 ก.พ. ส่วนอินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา และฟิลิปปินส์ ยังไม่ได้ร่วมให้สัตยาบันต่อข้อตกลง

ปัจจุบัน อาร์เซ็ป ถือเป็นข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของสมาชิกอาร์เซ็ปที่จะมีสัดส่วนรวมกันคิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 26.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 869.71 ล้านล้านบาท) ครอบคลุมประชากร 2,200 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรโลก และยังเป็นเอฟทีเอแบบพหุภาคีฉบับแรกในประวัติศาสตร์ ที่จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ร่วมลงนามพร้อมกันตั้งแต่ต้น

อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์เช่นกันว่า เมื่อเทียบกับข้อตกลงการค้าพหุภาคีฉบับอื่น อาร์เซ็ป “ได้เปรียบในเรื่องขนาด” แต่เนื้อหายังไม่ชัดเจนมากนัก ทว่าจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับอาเซียน ตลอดจนบรรดาประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชีย ในการได้ร่วมแบ่งปันผลประโยชน์กับข้อตกลงทางการค้าที่มีมูลค่ามหึมาขนาดนี้

ด้านการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด คาดการณ์ว่า อาร์เซ็ปจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างภูมิภาคได้อีก 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.39 ล้านล้านบาท)

About the author