CNN ไล่ออกพนักงาน 3 ราย โทษฐานมาทำงานโดยยังไม่ฉีดวัคซีนต้านโควิด-19

ซีเอ็นเอ็น เครือข่ายสถานีโทรทัศน์ชื่อดังของสหรัฐฯ ไล่ออกพนักงาน 3 คน จากกรณีมาทำงานทั้งที่ยังไม่ฉีดวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตามรายงานของสำนักข่าวหลายแห่งของอเมริกาเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว

กรณีนี้นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างแรกๆ ที่บริษัทหนึ่งๆ ดำเนินการไล่ออกพนักงาน โทษฐานที่ละเมิดระเบียบข้อบังคับฉีดวัคซีนของทางบริษัท ในขณะที่มาตรการบังคับพนักงานฉีดวัคซีนของบริษัทต่างๆ เป็นสิ่งชอบธรรมตามกฎหมายในสหรัฐฯ

เวลานี้บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ในนั้นรวมถึงเฟซบุ๊กและกูเกิล เผยว่า จะบังคับพนักงานฉีดวัคซีน ครั้งที่สำนักงานของพวกเขากลับมาเปิดทำการอย่างสมบูรณ์ในอีกหลายเดือนข้างหน้า

เจฟฟ์ ซัคเกอร์ ประธานบริหารของซีเอ็นเอ็น พาดพิงเกี่ยวกับการไล่ออกครั้งนี้ในบันทึกของทางบริษัทเมื่อวันพฤหัสบดี (5 ส.ค.) และบันทึกดังกล่าวหลุดถึงมือสื่อมวลชนสหรัฐฯ หลายแห่ง

ในบันทึกดังกล่าว ซัคเกอร์ ระบุว่า การฉีดวัคซีนคือมาตรการบังคับสำหรับทุกคนที่ทำงานในภาคสนาม ทำงานร่วมกับพนักงานคนอื่นๆ หรือทำงานในออฟฟิศ “ผมขอพูดให้เข้าใจว่า เรามีนโยบายอดทนเป็นศูนย์ในเรื่องนี้”

เมื่อเดือนพฤษภาคม รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นเรื่องชอบธรรมตามกฎหมายสำหรับนายจ้างที่จะบังคับพนักงานที่เข้ามาในสถานที่ทำงาน ฉีดวัคซีนโควิด-19

รายงานของสำนักข่าวเอพีระบุว่า สายการบินหลักๆ อย่างเดลตา แอร์ไลน์ส และยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ต่างบังคับพนักงานแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ส่วนธนาคารเพื่อการลงทุน “โกลด์แมน แซคส์” กำลังบังคับพนักงานให้เปิดเผยสถานะฉีดวัคซีน แต่ไม่ถึงขั้นบังคับให้พนักงานฉีดวัคซีน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพิ่งออกคำสั่งให้ลูกจ้างรัฐบาลกลางมากกว่า 2 ล้านคนฉีดวัคซีน หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องเข้ารับการตรวจเชื้อเป็นประจำและสวมหน้ากาก

About the author